เมฆหมอกขมุกขมัวคืบคลานเข้าเมืองอย่างเงียบเชียบ ความวินาศพัดเอื่อยเฉื่อยตามสายลมเบาบาง บ้างโทษความแห้งแล้ง โทษสันดาปไฟที่แผดเผาทำลายชั่วพริบตา มลทินสีน้ำตาลอัดแน่นด้วยฝุ่นละอองลับตา

เราไม่ควรต้องใช้จินตนาการใดในย่อหน้าแรก หากอยู่บนตึกระฟ้า เงยหน้าขึ้นมากวาดสายตาออกนอกหน้าต่าง ขอบฟ้าก้มต่ำพาดขาวโพลนสยบในระยะกระชั้น ชิดใกล้จนมองแทบไม่เห็น นึกในใจว่านี่หรือโลกาวินาศแบบในหนัง ถึงขณะนี้คงไม่ใช่ความฝันของฟ้าอมร

The Dreamers ชวนอ่านเพราะจุดเริ่มต้นใกล้ความจริงตรงหน้า เหตุเกิดในค่ำคืนหนึ่งที่วิทยาลัยในเมืองซานตาโลร่า เด็กสาวเดินกลับหอหลังงานเลี้ยง เธอรู้สึกอ่อนเพลีย พล่อยหลับทันทีที่หัวถึงหมอน หลับยาวข้ามวันข้ามคืนก็ไม่ตื่น เพื่อนปลุก พยาบาลเขย่า จนถึงมือหมอที่โรงพยาบาล เธอปฎิเสธการรับรู้ ลมหายใจแผ่วบางบ่งกล่าวว่ายังมีชีวิต

จากหนึ่งเป็น 2 2 เป็นสี่ การหลับใหลแพร่กระจายคล้ายโรคติดต่อ โรงเรียนปิด ข้าวของตามร้านรวงเกลี้ยงชั้น ความโกลาหลเกิดขึ้นไม่มีอะไรหยุดยั้งได้ ผู้ป่วยโดนกักบริเวณ เมืองถูกล้อมห้ามเข้าออก กองการรักษาความมั่นคงแห่งชาติยึดพื้นที่ ผู้เชี่ยวชาญใส่ชุดป้องกันเชื้อเดินเพ่นพล่าน

หนังสือเพ่งชีวิตของตัวละครมากมายโดยสลับกันเล่า มีพ่อลูกครอบครัวหนึ่งชวนนึกถึงสารคดีซี่รีย์ Doomsday Preppers รายการที่พาไปดูชีวิตของกลุ่มผู้อยากรอดชีวิตที่เตรียมตัวพร้อมสำหรับวันโลกาวินาศ แรกๆก็บันเทิงเพราะเพี้ยนดี พอดูไปเรื่อยๆเริ่มซึมซับ เขาสร้างวิทยาศาสตร์จริงจังมาก อุโมงค์ แคปซูล ห้องใต้ดิน สารพัด ทั้งการเก็บอาหารแห้งและเครื่องมือที่จะประทังชีวิตให้อยู่รอดเป็นปีๆ รายการนี้ฮิตติดลมบนในประวัติศาสตร์ของเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค พ่อลูกในเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากรายการที่ว่ามา เตรียมพร้อมทุกอย่างแต่พอเกิดเหตุการณ์ในท้องเรื่อง พ่อดันหลับคนแรกซะงั้น

ภาษาและบทบรรยายฉากดีทำให้อ่านจนจบ แม้ตัวละครแบนราบไปหน่อยเพราะวิธีใช้สถานการณ์นำเรื่อง คาดว่าถ้าเป็นหนังคงสนุกสนาน นักฝันจำต้องตื่นดำเนินชีวิตต่อ ทำไงดีดันเป็นพวกแพ้อากาศ หน้ากากอยู่ไหนเนี่ย แต่จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดจากฝีมือมนุษย์ทั้งนั้น