Category: ดูหนังไทยเต็มเรื่อง

เรื่องย่อ ซุป’ตาร์บ้านไร่หัวใจไม่หยุดร็อค (Modern Farmer)

กำกับ: โอ จินซอก
เขียนบท: คิม คีโฮ
แนวละคร: โรแมนติก, คอมเมดี้, ครอบครัว
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี – 18 ตุลาคม 2557 – 27 ธันวาคม 2557 ทางเอสบีเอส
                     ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี เวลา 01.10 น. ทางช่อง 7 สี ตั้งแต่คืนวันที่ 7 มิถุนายน 2560 – 19 กรกฎาคม 2560 
เรื่องย่อ

ละคร "ซุป’ตาร์บ้านไร่หัวใจไม่หยุดร็อค (Modern Farmer)" นำเสนอเรื่องราวของ 4 ร็อคเกอร์ชายหนุ่มวง "Excellent Souls (ExSo)" ซึ่งยังไม่ทันได้ออกอัลบั้มและเดบิวต์ก็มีเหตุให้ต้องแยกวงเสียก่อน แต่ละคนเลยจำต้องหันหลังให้แวดวงเพลงร็อคและต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ชอบเพื่อให้ความอยู่รอด หลังผ่านไปนาน 7 ปีทั้งสี่ชายหนุ่มยังคงไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต ถึงกระนั้นทุกคนก็ยังมีดนตรีในหัวใจและไม่เคยลืมความฝันที่อยากมีอัลบั้มเป็นของตนเอง

"ลี มินกี" อดีตนักร้องนำและมือกีตาร์วง "Excellent Souls (ExSo)" ซึ่งเป็นคนเดียวที่ยังคงพยายามไล่ล่าความฝันบนถนนสายดนตรี ถูกเจ้าพ่อเงินกู้บุกมาข่มขู่และทวงเงินถึงบ้านเช่าโดยยื่นคำขาดให้เขาใช้หนี้ร้อยล้านวอน (ราว 3 ล้านบาท) ภายใน 3 เดือน หลังถูกเจ้าหนี้เล่นงานจนน่วมเขาก็ได้รับแจ้งข่าวร้ายว่าย่าที่อยู่ต่างจังหวัดเสียชีวิต และเขาก็ได้รับมรดกเป็นที่ดินเพาะปลูกเนื้อที่กว่า 20 ไร่ ในตอนแรกมินกีคิดจะขายที่ทั้งหมดเพื่อให้นำเงินไปใช้หนี้ แต่ที่ดินแปลงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นกลับไม่มีราคาเพราะเป็นที่ทางเกษตรกรรมในชนบทห่างไกล ถึงกระนั้นที่ดินของเขาก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุที่เหมาะสำหรับการปลูกผักกาด

มินกีกลับไปทำงานพาร์ทไทม์ (ล้างผักกาดสำหรับทำกิมจิ) ที่กรุงโซลอย่างสิ้นหวัง ครั้นได้ยินว่าผักกาด (ยักษ์) หัวหนึ่งมีมูลค่ากว่า 3 พันวอน (ราวหนึ่งร้อยบาท) แถมราคายังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้น มินกีก็หูผึ่ง เขาจึงเริ่มศึกษาตลาดและวัฏจักรราคาของผักกาดทันที หลังคำนวณแล้วพบว่าการทำสวนผักกาดไม่เพียงช่วยให้เขาสามารถปลดหนี้แต่ยังมีกำไรมหาศาล เขาจึงตัดสินใจว่าจะย้ายกลับบ้านเกิดซึ่งก็คือหมู่บ้าน "ฮาดูร็อกรี" (ซึ่งฟังดูเหมือนคำว่า "ฮาร์ดร็อค") เพื่อให้ปลูกผักกาด แต่เนื่องมาจากเขาไม่สามารถปลูกผักกาดหนึ่งแสนหัวได้ตามลำพัง (เขาคำนวณแล้วพบว่าที่ดินของเขาปลูกผักกาดได้ทั้งหมดหนึ่งแสนหัว)  เขาจึงพยายามหว่านล้อมอดีตเพื่อให้นร่วมวงให้ไปร่วมด้วยช่วยกันปลูกผักกาด โดยนำความฝันที่จะได้ออกอัลบั้มและเดบิวต์มาล่อ

คนแรกที่มินกีไปหาก็คืออดีตมือเบส "ยู ฮันชอล" ซึ่งปัจจุบันเป็นพนักงานสัญญาจ้างที่บริษัทแห่งหนึ่ง และพึ่งตรวจพบมาหมาดๆ ว่าตนเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย (หมอบอกว่าอยู่ได้นานสุดไม่เกินหนึ่งปี) ฮันชอลจึงปฏิเสธมินกีโดยบอกเพียงว่า 'สายเกินไป' หลังจากนั้น มินกีก็ไปพบอดีตมือกลอง "ฮัน กีจุน" ซึ่งอายุน้อยที่สุดในวงและกำลังคร่ำเคร่งอยู่กับการเรียนกวดวิชาเพื่อให้สอบเจ้าหน้าที่รัฐ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สมหวัง ทางบ้านจึงยื่นคำขาดว่าถ้าคราวนี้สอบไม่ผ่านต้องกลับมาช่วยดูแลกิจการร้านอาหาร (ขาหมู) ของครอบครัวซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ หลังได้ฟังแผนปลูกผักกาดของมินกี กีจุนก็แย้งว่ามินกีโลกสวยเกินไป เขาชี้ว่าราคาผักกาดที่มินกีคิดเป็นราคาขายปลีกไม่ใช่ขายส่ง มินกีกล่าวว่าพวกตนจะขนผักกาดมาขายในเมืองเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ถึงกระนั้นกีจุนก็แย้งว่าถ้ามันง่ายดายและได้กำไรงามขนาดนั้นทุกคนคงหันมาปลูกผักกันหมดแล้ว

แต่สุดท้ายฮันชอลและกีจุนก็ตัดสินใจร่วมหัวจมท้ายกับมินกีเพราะอยากทำความฝันให้เป็นจริง ก่อนออกเดินทางไปใช้ชีวิตในชนบท มินกีแอบเขียนข้อความถึง "ยูนา" ซึ่งเป็นศิลปินดังและผู้หญิงที่เขารัก โดยบอกให้คุณรอและสัญญาว่าตนจะกลับมาพร้อมแหวนเพชรแต่งงาน 100 กะรัต กีจุนสงสัยว่าทำไมมินกีถึงไม่ชวน "คัง ฮยอก" (อดีตมือเปียโน ที่ปัจจุบันเป็นแพทย์ฝึกหัดในโรงพยาบาลของบิดา) มินกีจึงโวยลั่นว่าลูกเศรษฐีอย่างฮยอกคงไม่ยอมไปตกระกำลำบากในชนบท ต่อให้ฮยอกอยากไปตนก็ไม่ให้ไป ในเวลาเดียวกันนั้นฮันชอลซึ่งแอบไปรับใบสั่งยาที่โรงพยาบาล (ของพ่อฮยอก) ได้พบกับฮยอกโดยบังเอิญ เมื่อฮยอกรู้ว่าอดีตเพื่อให้นร่วมวงกำลังจะเดินทางไปทำสวนผักกาดในชนบท เขาจึงถอดเสื้อกาวน์ออกแล้วขอตามไปด้วยทันที

ในที่สุดสี่ร็อคเกอร์ชายหนุ่มก็กลับมารวมตัวกันอีกรอบเพื่อให้ทำภารกิจปลูกผัก (กาด) และนั่นก็ทำให้มินกีได้พบกับรักแรกในวัยเด็กอีกรอบ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปนั้นติดตามชมได้ใน "ซุป’ตาร์บ้านไร่หัวใจไม่หยุดร็อค (Modern Farmer)"  ทางช่อง 7 สี

เรื่องย่อ มังกรหยก ศึกอภินิหารเจ้าอินทรี (The Romance of the Condor Heroes)

บทประพันธ์: กิมย้ง
กำกับ: หลี่ฮุ่ยจู (ชาวฮ่องกง), เติ้งเหว่ยเอิน
เขียนบท: อวี๋เจิ้ง
แนวละคร: กำลังภายใน, โรแมนติก
จำนวนตอน: 52
ออกอากาศ: จีน – 3 ธันวาคม 2557 – 5 มีนาคม 2558 ทางหูหนานทีวี
               ไทย – ทุกวันจันทร์-พุธ เวลา 09.50 น. ทางช่อง 7 (หมายเลข 35) ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2560 – 19 กุมภาพันธ์ 2561
เรื่องย่อ
เอี้ยก้วย บุตรชายของ มกเนียมชือ และ เอี้ยคัง น้องร่วมสาบานของ ก๊วยเจ๋ง มีชีวิตที่ยากลำบาก เพราะกำพร้าทั้งพ่อ และแม่ ต่อมาได้พบกับ ก๊วยเจ๋ง จึงถูกนำตัวไปเลี้ยงดูที่เกาะดอกท้อ แต่มักโดนกลั่นแกล้งเป็นประจำ และถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเด็กดื้อ มีนิสัยแปลก ทำให้ ก๊วยเจ๋ง เกิดความหนักใจว่าจะสอนได้ไม่ดี และไม่อยากให้ เอี้ยก้วย เติบโตขึ้นมามีนิสัยเหมือนพ่อ จึงตัดสินใจนำไปฝากเป็นศิษย์สำนักฉวนจิน เพื่อให้หวังจะให้ช่วยสั่งสอน แต่กลับโดนอาจารย์ตัวเอง รวมทั้งศิษย์ร่วมสำนักดูถูกเหยียดหยาม ช่วยกันกลั่นแกล้งสารพัดจนทนไม่ไหว เอี้ยก้วย พยายามหนีจากสำนักฉวนจิน ทำให้ได้รู้จักกับ ยายซุน และ เซียวเหล่งนึ่ง (เฉินเหยียนซี) จากสำนักสุสานโบราณ ก่อนยายซุน จะเสียชีวิตได้ขอให้ เซียวเหล่งนึ่ง รับ เอี้ยก้วย ไว้ในสุสานโบราณ เซียวเหล่งนึ่ง จึงรับ เอี้ยก้วย เป็นศิษย์ และถ่ายทอดวิทยายุทธของสำนักให้

จนเวลาผ่านไปหลายปี เอี้ยก้วย ได้เติบโตเป็นชายหนุ่มรูปงาม มีความสามารถพอตัว เซียวเหล่งนึ่ง คิดว่าเหมาะสมแก่เวลา จึงได้ตกลงกับ เอี้ยก้วยที่จะฝึกวิชาดรุณีหยกด้วยกัน ซึ่งเป็นสุดยอดวิชาของสำนักสุสานโบราณ ผู้ฝึกชายหญิงต้องใกล้ชิดกันและประสานใจกายพร้อมกระบี่คู่ ทำให้ก่อเกิดเป็นความรักอันบริสุทธิ์ แต่ก็ถูกแม่ชี ลีมกโช้ว ซึ่งต้องการครอบครองคัมภีร์ดรุณีหยกบุกเผ่านาก่อกวน เป็นเหตุให้เอี้ยก้วยและเซียวเหล่งนึ่ง ต้องออกจากสุสานโบราณ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เซียวเหล่งนึ่งเข้าใจผิดในตัวเอี้ยก้วย จนต้องหนีไป เอี้ยก้วยจึงพยายามออกตามหาแต่ระหว่างนั้นสงครามเริ่มก่อเค้า ราชครูจักรทอง ยอดความสามารถแห่งมองโกลได้ปรากฎตัวขึ้นในงานประลองยุทธเพื่อให้ชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ คิดแผนหลอกล่อให้เหล่าชาวยุทธ์ฆ่าฟันกันเองเพื่อให้สร้างความปั่นป่วนทั่วแผ่นดินต้าซ่ง เป็นเหตุให้เอี้ยก้วยต้องไปสู่ยุทธภพอย่างเต็มตัว และก็ได้พบกับก๊วยเจ๋งอีกที

มหาสงครามที่ยิ่งใหญ่กำลังจะปะทุขึ้น ทัพทหารมองโกลนับแสน พร้อมจะโจมตีต้าซ่งให้มอดไหม้ ก๊วยเจ๋งและเอี้ยก้วย รวมกำลังเข้าต่อสู้เพื่อให้ปกป้องแผ่นดิน ต้าซ่งจะรอดพ้นจากภัยคราวนี้หรือเปล่า ความรักอันยิ่งใหญ่ระหว่างศิษย์กับอาจารย์ของเอี้ยก้วย และเซียวเหล่งนึ่ง ที่มีจารีตประเพณีเป็นกำแพงขวางกั้นจะลงเอยเช่นไร ติดตามชมได้ใน มังกรหยก ศึกอภินิหารเจ้าอินทรี (The Romance of the Condor Heroes)

เรื่องย่อ สาวน้อยจ้าวพายุ (The Whirlwind Girl) ภาคแรก ตอนที่ 10

อาจารย์เจิ้งบอกให้เหล่าศิษย์ช่วยกันโยนไป๋เฉ่าออกจากโรงฝึก กวงหย่าเห็นไป๋เฉ่าถูกลากออกจากโรงฝึกอย่างน่าเวทนาแต่ก็ทำได้เพียงแอบสงสารและเป็นห่วง หลังถูกโยนออกนอกประตูใหญ่ไป๋เฉ่ารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งกลับไปอีกทีแต่ไม่ทันเพราะประตูถูกปิดล็อคเสียก่อน ถึงกระนั้นคุณก็ไม่ยอมไปไหนและยังคงคุกเข่าที่หน้าประตูท่ามกลางสายฝนอันเหน็บหนาวในยามค่ำคืน (เซี่ยงหนานเฝ้ามองคุณจากในห้องด้วยความเป็นห่วง) กวงหย่าเก็บข้าวของส่วนตัวของไป๋เฉ่าแล้วนำออกไปมอบให้  พร้อมกับบอกไป๋เฉ่าว่าอย่าได้คิดกลับมาที่นี่อีกเพราะอาจารย์เจิ้งไม่มีวันเปลี่ยนใจ ไม่ว่าคุณจะทำตัวน่าสงสารมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ทางที่ดีคุณควรออกไปหาที่อยู่ใหม่ ไป๋เฉ่ายืนกรานว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงพากันโทษตน กวงหย่าย้ำว่าทั้งหมดเป็นความผิดของไป๋เฉ่าที่ทำให้อาจารย์เจิ้งและพวกตนอับอายขายหน้า มิเช่นนั้นจะโทษว่าเป็นความผิดของอาจารย์เจิ้งที่ช่วยดูแลและให้ที่กินที่อยู่คุณงั้นหรือ ดังนั้นจงคิดดูให้ดีว่าเป็นความผิดคุณหรือเปล่า พูดจบกวงหย่าก็โยนถุงใส่ของให้ไป๋เฉ่าแล้วกลับเข้าโรงฝึกทันที ไป๋เฉ่าได้แต่มองตามพลางรำพึงรำพันด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ความจริงแล้วตนก็เหมือนกวงหย่า ตนอยากเป็นศิษย์ตัวจริงของโรงฝึกใจจะขาด แต่สำหรับตนแล้วไม่มีอะไรสำคัญเท่าอาจารย์ (เซี่ยงหนาน) เลย (ไป๋เฉ่าเคยพูดประโยคนี้ลับหลังกวงหย่ามาแล้วครั้งหนึ่ง)

เซี่ยงหนานทำใจแข็งขณะยืนมองไป๋เฉ่านั่งตากฝน เขาหวนนึกถึงวันที่ช่วยไป๋เฉ่าออกจากกองเพลิงแล้วพาไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ในตอนนั้นเมียเขายังมีชีวิตอยู่และคุณก็ช่วยดูแลไป๋เฉ่าเสมือนเป็นบุตรสาวอีกคน เขานึกขึ้นได้จึงกดโทรศัพท์หาเสี่ยวอิ๋ง  เมื่อมองว่าฝนยังตกไม่หยุดซ้ำยังมีฟ้าร้องฟ้าแลบเซี่ยงหนานจึงรีบคว้าร่มอย่างลืมตัวแต่สุดท้ายก็บอกตัวเองให้ใจแข็ง เมื่อเสี่ยวอิ๋งมาถึงก็พยายามฉุดไป๋เฉ่าให้ลุกขึ้นแต่ไป๋เฉ่ายังคงแข็งขืน (เสี่ยวอิ๋งสู้แรงไป๋เฉ่าไม่ไหว) ครั้นเห็นเพื่อให้นถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพอันน่าเวทนาตามลำพัง เสี่ยวอิ๋งจึงโวยลั่นว่าโรงฝึกเฉวียนเซิ่งมีแต่คนใจจืดใจดำ ไม่เห็นมีใครช่วยปกป้องหรือขอร้องแทนไป๋เฉ่าเลยสักคนทั้งที่ไป๋เฉ่าอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปี ไป๋เฉ่าเริ่มมีอาการไอแต่ยังคงบอกว่าตนไม่เป็นไร เสี่ยวอิ๋งจึงพยายามชวนไป๋เฉ่ากลับบ้านโดยบอกว่าแม้เฉวียนเซิ่งไม่ต้องการไป๋เฉ่า แต่ซงไป่ไม่รังเกียจไป๋เฉ่าแน่ๆ ไป๋เฉ่ายืนกรานว่าตนเป็นศิษย์อาจารย์และศิษย์ของโรงฝึกเฉวียนเซิ่ง เสี่ยวอิ๋งแย้งว่าเฉวียนเซิ่งเขี่ยไป๋เฉ่าทิ้งแล้ว ถ้าไม่กลับบ้านกับตนแล้วจะนอนข้างถนนหรือยังไง

เมื่อมองว่าไป๋เฉ่ายังคงดื้อดึง เสี่ยวอิ๋งจึงทิ้งร่มแล้วถอดเสื้อคลุมฝนออก จากนั้นก็นั่งตากฝนเป็นเพื่อให้นไป๋เฉ่า ไป๋เฉ่าพยายามห้ามปรามแต่เสี่ยวอิ๋งไม่ฟัง เมื่อไป๋เฉ่าออกตัวว่าตนไม่มีค่าพอให้เสี่ยวอิ๋งทำเช่นนี้ เสี่ยวอิ๋งจึงร่ำไห้พลางชี้ว่า ตนไม่รู้ว่าไป๋เฉ่าเห็นตนเป็นเพื่อให้นรักไหม แต่ไป๋เฉ่าเป็นเพื่อให้นรักของตนเสมอ ที่ผ่านมาเวลาตนเดือดร้อนไป๋เฉ่ามักเป็นคนแรกที่ยื่นมือเผ่านาช่วย เมื่อไป๋เฉ่ายอมรับว่าเสี่ยวอิ๋งเองก็เป็นเพื่อให้นรักของตนเช่นกัน เสี่ยวอิ๋งจึงถามว่าแล้วทำไมไป๋เฉ่าถึงยังคงยืนกรานว่าจะนั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับบ้านกับตน ไป๋เฉ่าทนเห็นเพื่อให้นรักนั่งคุกเข่าตากฝนใกล้เคียงได้ลงคองั้นหรือ ปรากฏว่าเสี่ยวอิ๋งเองก็ใจเด็ดไม่แพ้กัน คุณยืนกรานว่าจะอยู่เป็นเพื่อให้นไป๋เฉ่าไม่ว่าคืนนี้ไป๋เฉ่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไป๋เฉ่าเห็นเสี่ยวอิ๋งตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บจึงยอมกลับบ้านกับเสี่ยวอิ๋งแต่โดยดี เซี่ยงหนานเห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เขาภาวนาให้ไป๋เฉ่าไปจากตนให้ไกลที่สุด เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ไป๋เฉ่าโบยบินได้อย่างอิสระและได้เรียนหยวนอู่เต้า

เรื่องย่อ ศึกรักลิขิตสวรรค์ (Princess of Lanling King) ตอนที่ 5

ขณะที่ต่างข้างต่างมัวแต่ยืนจับจ้องโดยไม่มีใครพูดจา ฮ่องเต้ "โจวหมิงตี้" (หรือ "อวี่เหวินอวี้" พระราชาธิราชองค์ที่สองของราชวงศ์เป่ยโจว และพระเชษฐาของอวี่เหวินยง) ก็คว้าผ้าเช็ดหน้าในมืออวี่เหวินยงมาดู ครั้นคิดว่าลายปักต่างจากผลงานของหญิงสาวโดยทั่วไป พระองค์จึงสงสัยว่าทำไมคุณถึงปักภาพดอกไม้เพียงหนึ่งดอก ซ้ำยังมีหิ่งห้อยโบยบินแค่สองตัว (ไม่ปักดอกบัว โบตั๋น ผีเสื้อ นก เหมือนสตรีคนอื่นๆ) ชิงสั่วไม่รู้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าคือฮ่องเต้จึงแบมือขอผ้าเช็ดหน้าสุดหวงคืน (ลายปักบนผ้าเช็ดหน้าสื่อความนัยถึงคนรัก "เกาฉางกง") จื่อเม่ยได้ยินดังนั้นจึงเรียกชื่อชิงสั่วด้วยน้ำเสียงตำหนิ ก่อนถวายความเคารพฮ่องเต้ ชิงสั่วรีบทำตามแต่ยังไม่วายทวงผ้าเช็ดหน้าคืน

เมื่อฮ่องเต้ยืนกรานว่าชิงสั่วต้องตอบคำถามของตนก่อน ชิงสั่วจึงชี้ว่าแม้หิ่งห้อยจะตัวเล็กและไม่โดดเด่นสะดุดตา (เวลาไม่เปล่งแสง) แต่ก็มีจิตวิญญาณเช่นกัน หลังจากนั้นคุณก็ร่ายบทกวีที่เปรียบเปรยความงามของแสงหิ่งห้อยให้ฮ่องเต้ฟัง ครั้นได้ฟังความคิดความอ่านของชิงสั่วฮ่องเต้ก็รู้สึกประทับใจและคืนผ้าเช็ดหน้าให้คุณตามสัญญา  ชิงสั่วนำผ้าเช็ดหน้ามาวางแนบอกอย่างหวงแหน ครั้นหันไปมองอวี่เหวินยงก็พบว่าเขากำลังจ้องหน้าคุณเขม็งก่อนแกล้งชายตามองไปทางอื่น  ชิงสั่วเห็นดังนั้นก็ได้แต่งงที่เขามองแล้วทำเมิน แถมเขายังจงใจคว้าตัวหญิงสาวข้างกายเผ่านาหาใกล้ๆ เพื่อให้เย้ยชิงสั่วอีกด้วย

ขณะอยู่ในงานเลี้ยงท่ามกลางเหล่าขุนนางในราชสำนักและครอบครัว อวี่เหวินฮู่สังเกตเห็นฮ่องเต้นั่งกระวนกระวายใจทั้งๆ ที่การแสดงของเหล่านางรำพึ่งจะจบลงจึงอดทักไม่ได้ ที่แท้ฮ่องเต้กำลังตั้งตารอดูการร่ายรำของชิงสั่วเพราะได้ยินมาว่าคุณมีลีลาการร่ายรำที่แสนอ่อนช้อยและชวนหลงใหล ครั้นเห็นชิงสั่วเดินเผ่านาในชุดระบำนกยูง ฮ่องเต้ก็ยิ้มออกทันที เมื่ออวี่เหวินยงและอวี่เหวินฮู่หันไปมองฮ่องเต้ก็รู้ได้ทันทีว่าพระองค์ทรงหลงเสน่ห์ชิงสั่วเข้าแล้ว (อวี่เหวินยงเห็นแล้วรู้สึกเป็นไม่สบายใจเพราะไม่ไว้ใจชิงสั่ว ด้วยมองว่าคุณเป็นคนของอวี่เหวินฮู่ ส่วนอวี่เหวินฮู่เห็นแล้วสะใจที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปตามแผน) หลังโชว์ลีลาการร่ายรำได้ครู่หนึ่ง ชิงสั่วก็เดินหน้าหว่านเสน่ห์ตามแผนด้วยการเข้าไปเชิญอวี่เหวินยงออกมากลางเวที อวี่เหวินยงอยากรู้ว่าชิงสั่วจะมาไม้ไหนจึงยอมเล่นตามน้ำ ปรากฏว่าชิงสั่วลากอวี่เหวินยงมาปล่อยเกาะกลางเวที อวี่เหวินยงจะจับมือชิงสั่วหมายร่ายรำด้วยกัน แต่ชิงสั่วชิ่งหนีไม่ยอมให้เขาแตะต้องหรือร่ายรำด้วย จากนั้นก็ปล่อยให้อวี่เหวินยงยืนดูคุณร่ายรำตรงหน้ากระทั่งจบการแสดงในที่สุด

เรื่องย่อ ตี๋เหรินเจี๋ย นักสืบราชวงศ์ถัง (Detective Dee) ตอนที่ 5

เซียวเฉาเทียนหาได้เกรงกลัวซ้ำยังหัวเราะร่า จ้าวเป่าเห็นเซียวเฉาเทียนลบหลู่ใต้เท้าเหยียนแล้วอดรนทนไม่ได้จึงออกอาการไม่พอใจ เซียวเฉาเทียนจึงใช้จ้าวเป่าเป็นเครื่องมือในการแดกดันใต้เท้าเหยียน โดยชี้ว่าจ้าวเป่าเป็นคนต่ำต้อยและเป็นเพียงสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้ จึงควรหัดเจียมเนื้อเจียมตัวแทนที่จะแส่เรื่องของคนอื่น จากนั้นก็เตือนว่าเป็นหมาอย่าเที่ยวกัดไปทั่ว เพราะถ้ากัดผิดคน… (เขาจ้องหน้าใต้เท้าเหยียนแล้วกล่าวต่อว่า) "อาจตายไม่รู้สึกตัว" เซียวเฉาเทียนประกาศว่าพระสนมเซียวเป็นพี่น้องของตน ตนกับฮ่องเต้จึงเป็นครอบครัวเดียวกัน จากนั้นก็เอ่ยปากไล่จ้าวเป่าให้ไปเห่าหอนที่อื่น ใต้เท้าเหยียนเห็นจ้าวเป่ายืนลังเลและพยายามระงับอารมณ์จึงส่งสัญญาณบอกให้จ้าวเป่าถอยออกไปก่อน เซียวเฉาเทียนกล่าวว่าตี๋เหรินเจี๋ยทั้งฆ่าคนและแหกคุก เช่นนี้แล้วพวกตนจะเชื่อสิ่งที่คนอย่างตี๋เหรินเจี๋ยเขียนขึ้นได้อย่างไร พูดจบเขาก็อาสาพาใต้เท้าเหยียนเข้าไปสืบหาความจริงด้านใน โดยบอกว่าตนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังเอง 

พี่น้องสองสาวคุมตัวตี๋เหรินเจี๋ยไปพิสูจน์ความจริงที่หยาเหมิน ระหว่างทางตี๋เหรินเจี๋ยรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งบางอย่างไม่ชอบมาพากลจึงเตือนสองสาวว่าอาจเดือดร้อนเพราะตน ครั้นตี๋เหรินเจี๋ยบอกว่าตนเคยอ่านตำรายุทธ์แต่ไม่สนใจฝึกปรือเพราะบัณฑิตอย่างตนชอบใช้สมองมากกว่าใช้กำลัง และคิดว่าสามารถเอาชนะศัตรูนับพันนับหมื่นได้ด้วยการจรดพู่กัน สองสาวจึงหาว่าเขาขี้โม้และบอกให้เขาหลบอยู่ด้านหลังพวกตน เมื่อสมุนของเซียวเฉาเทียนเปิดฉากโจมตีตี๋เหรินเจี๋ย หงจินกับหลานหลิงจึงออกโรงปกป้องและกำจัดเหล่าสมุนของเซียวเฉาเทียนที่ดักซุ่มโจมตีตี๋เหรินเจี๋ยจนหมดสิ้น แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับสองพี่น้อง "อู่ลิ่ว" และ "อู่ชี" ที่ขายชีวิตให้เซียวเฉาเทียน ตี๋เหรินเจี๋ยจึงเตือนสองสาวให้ระวังตัว หลังพยายามปกป้องตี๋เหรินเจี๋ยจนได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ ซ้ำยังมีทหารของเซียวเฉาเทียนตามมาสมทบอีกจำนวนหนึ่ง ตี๋เหรินเจี๋ยจึงพาสองสาวหนีไป

เซียวเฉาเทียนพาใต้เท้าเหยียนมาดูจุดเกิดเหตุพลางกล่าวว่าตี๋เหรินเจี๋ยเป็นฆาตกรใจคอโหดเหี้ยม เมื่อใต้เท้าเหยียนตัดบทว่าตนจะรอฟังคำอธิบายจากปากตี๋เหรินเจี๋ยก่อน เซียวเฉาเทียนแย้งว่าถ้าเช่นนั้นใต้เท้าเหยียนคงต้องเดินทางไปฟังที่ปรโลก เพราะตนส่งคนไปจับนักโทษแหกคุกตี๋เหรินเจี๋ยแล้วและสั่งให้ฆ่าทันทีหากขัดขืน ใต้เท้าเหยียนได้ยินดังนั้นจึงประณามเซียวเฉาเทียนที่คิดฆ่าตัดตอนทั้งที่ความจริงยังไม่กระจ่าง เซียวเฉาเทียนชักดาบออกมาข่มขู่พลางแย้งว่ามีหลักฐานปรากฏตำตาว่าตี๋เหรินเจี๋ยฆ่าวังจื่อเฟิงและครอบครัว เขาจงใจสาธิตและเล่าให้ใต้เท้าเหยียนฟังเป็นฉากๆ ว่าตนฆ่าวังจื่อเฟิงและลูกเมียยังไง ตรงจุดไหนบ้าง (แต่อ้างว่าเป็นความประพฤติปฏิบัติที่โหดเหี้ยมของตี๋เหรินเจี๋ย) จากนั้นก็ใช้ดาบชี้ไปยังตัวอักษร "ตี๋" ที่เขียนด้วยเลือดโดยบอกว่านี่คือเบาะแสที่วังจื่อเฟิงทิ้งไว้ก่อนตาย

หลังใส่ความตี๋เหรินเจี๋ยแล้ว เซียวเฉาเทียนก็เชิญใต้เท้าเหยียนไปพักระหว่างรอให้ถนนซ่อมเสร็จ ใต้เท้าเหยียนครุ่นคิดและทบทวนเหตุการณ์ครู่หนึ่งก่อนเดินสำรวจที่ดินโดยรอบ ในที่สุดเขาก็พบว่ามีปลายดาบหักปักติดคาเสา (ซึ่งตรงกับรอยหักที่ดาบของเซียวเฉาเทียน) เขาจึงนึกถึงคำพูดของตี๋เหรินเจี๋ยที่บอกตอนอยู่ในคุกว่าฆาตกรตัวจริงทิ้งหลักฐานสำคัญเอาไว้ในที่เกิดเหตุ

เรื่องมากับพระ

กำกับภาพยนตร์โดย อุดม อุดมโรจน์

บทภาพยนตร์โดย ทองขาว มะขามป้อม

ที่ปรึกษาบทภาพยนตร์ บัณฑิต ฤทธิ์ถกล, วิจิตร ขจรประภาสันต์, อรัญ สุวัฒน์วงษ์ชัย, สุขุม เมธาวนิช, ธีระวัฒน์ รุจินธรรม, บุญส่ง นาคภู่, วัชรพงศ์ สุวรรณมณี

ที่ปรึกษาด้านการผลิต พูนศักดิ์ อุทัยพันธุ์

บนขบวนรถไฟที่กำลังมุ่งสู่ตอนเหนือของประเทศไทย เณรเล็ก ( อ๊อฟ แฟนฉัน) เณรบวชใหม่ลูกเศรษฐีที่พ่อขอร้องให้บวชเณร เนื่องจากความเชื่อเรื่องดวงชะตา จึงส่งไปอยู่ ณ วัดบนดอยสูง ในการเดินทางครั้งนี้ เณรเล็กได้พบกับ พล( วัชรบูล ลี้สุวรรณ) ชายหนุ่มตกอับที่หนีปัญหา เดินทางโดยไร้จุดหมาย และ แตงโม ( ปู ไปรยา ) สาวสวยที่ไม่เข้าใจในรัก เลิกกับแฟนเดินทางกลับบ้านเกิด เรื่องวุ่น ๆ ก็เริ่มต้น เมื่อทั้ง 3 คนได้รู้จักกันแบบไม่ตั้งใจ

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่เชียงราย เณรเล็กมุ่งตรงสู่วัดทองพันชั่ง อันมี หลวงพี่สิทธิ์ ( อัมรินทร์ นิติพน) เจ้าอาวาสอารมณ์ร้อน ส่ง เณรโก๊ะ ( โก๊ะตี๋ อารามบอย) ขี่ม้าไปรับขึ้นดอย และที่วัดแห่งนี้ เณรเล็กได้รู้จัก พระหลับ ( กล้วย เชิญยิ้ม) และ หลวงปู่ ( นพดล ดวงพร) เรื่องวุ่น ๆ แบบธรรมหรรษาก็เกิดขึ้น นับตั้งแต่ก้าวแรกของเณรเล็ก

ส่วนพลกับแตงโมได้พบกันอีกครั้งด้วยกรรมบันดาล แตงโม จอมหาเรื่องได้ถูกพลช่วยเหลือ ให้หนีรอดปลอดภัยจากแก๊งค์ป่วนคาราโอเกะ และเริ่มสัมพันธ์เรื่อยมา โดยมี กำนันยศ ( พิศาล อัครเศรณี) เป็นตัวสร้างเรื่อง ไม่ว่าทั้งทางโลก และทางธรรม แล้วปัญหาต่างๆก็ใหญ่ขึ้น เมื่อ โทนี่( สมชาย ศักดิกุล) ชายแปลกหน้าเข้ามาป้วนเปี้ยนแถวหมู่บ้านและวัดทองพันชั่ง เหล่าพระเณร รวมทั้งพลและแตงโม ต่างงงในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จนวัดทองพันชั่งเกือบถูกทำลาย………

อัมรินทร์ นิติพน รับบท หลวงพี่สิทธิ์ เจ้าอาวาสวัดทองพันชั่ง เป็นพระหนุ่มนักพัฒนา  มุ่งหวังจะให้ชาวบ้านเลิกงมงายกับความเชื่อเรื่องผี จนไม่มีใครยอมใส่บาตร เลยต้องขี่ม้ารับบิณฑบาตรในอีกหมู่บ้านหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างไกลวัชรบูล ลี้สุวรรณ รับบท พล ชายหนุ่มที่เจอกับปัญหาชีวิตในเมือง จนต้องหนีความวุ่นวายจากเมืองหลวงเพื่อหาที่สงบจิตใจ จนได้มาพบกับหลวงพี่สิทธิ์ผู้ชี้ทางสว่างและร่วมกันพัฒนาวัดทองพันชั่งปู ไปรยา รับบท แตงโม ลูกสาวของกำนันยศ อกหักสิ้นหวังกับ

The Disaster Artist

ชื่อของหนัง “The Room” อาจจะไม่ได้อยู่ในประเภทหนังฟอร์มยักษ์หรือหนังคุณภาพรางวัลออสการ์ แต่มันกลับอยู่ในทางตรงกันผ่านกันอย่างสิ้นเชิง เพราะผลงานของ Tommy Wiseau ทีทั้งควบตำแหน่งผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ เขียนบท คัดเลือกผู้แสดงและควักเงินออกทุนสร้างเองทั้งหมดเรื่องนี้ที่ออกฉายในปี 2003 และได้ชื่นว่าเป็นหนังที่ห่วยที่สุดเรื่องหนึ่งตลอดกาล แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไป “The Room” ก็กลับกลายมาเป็นหนังคัลท์ที่ผู้คนให้ความสนใจเพิ่มมากขึ้นและเปลี่ยนเป็นโปรแกรมฉายรอบมิดไนท์ที่ตั๋วล้วนขายหมดเกลี้ยงในอเมริกา ที่ยังคงถูกหยิบมากล่าวถึงบ่อยๆจนถึงทุกวันนี้

“The Disaster Artist” เป็นหนังที่สร้างมาจากหนังสือชื่อเดียวกันที่เขียนโดย Greg Sestero (ดาราผู้รับบท Mark หนึ่งในตัวละครหลักใน The Room) ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหน้ากว่าจะมาเป็นหนังเรื่อง The Room โดยย้อนกลับไปตั้งแต่ช่วงเวลาที่ผู้แสดงชายหนุ่มมือใหม่ที่ฝันว่าจะเข้าแวดวงแสดงและเป็นดาราดัง Greg Sestero ได้รู้จักกับ Tommy Wiseau ชายท่าทางแปลกแปลกที่มาพร้อมสำเนียงการพูดที่แปลกไม่แพ้บุคลิกของเขา ทั้งคู่แทบไม่มีอะไรเหมือนกัน นอกจากความฝันในการจะเป็นดาวดังในแวดวงภาพยนตร์ให้ได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อยังหาหนทางในการเป็นดาราไม่ได้ Tommy จึงผุดไอเดียที่ว่า “ทำไมเราไม่สร้างหนังของตนขึ้นมาแทนล่ะ?”

ความคิดของ Tommy จึงนำไปสู่การสร้างหนังที่มีชื่อว่า The Room ที่จะกลายมาเป็นดั่งมาสเตอร์พีซของหนังกากที่ดังไปทั่วโลก!

แม้แรกเริ่มจะคาดเดาว่า “The Disaster Artist” คงจะเป็นการนำเสนอชีวประวัติและเบื้องหน้าการสร้างหนังที่เน้นความตลกโปกฮา แต่เอาเข้าจริงๆนี่เป็นหนังที่สะท้อนแง่มุมของมิตรภาพระหว่างเพื่อให้นที่มีความฝันเดียวกันได้อย่างดีเยี่ยม รวมทั้งการทุ่มเท ตั้งอกตั้งใจและกล้าที่จะทำในสิ่งที่ตนเองชื่นชอบแบบสุดโต่ง ผ่านตัวละคร Tommy แม้คนรอบตัวจะมองว่าเขาช่างไร้ประสบการณ์และคงล้มเหลวกับการนำเงินมาละลายเพื่อให้สร้างหนังที่อาจไม่มีคนดูเลย (ตามข้อมูลกล่าวว่า Tommy ใช้เงินสร้างหนัง The Room ไปสูงถึง $6 ล้าน ซึ่งหมดไปกับหนังที่ถ่ายที่มีฉากแค่ในอพาร์ทเม้นท์และด่านฟ้าตึก!)

หนังถ่ายทอดตัวละคร Tommy ได้ชัดเจนมากกับการเป็นคนที่โคตรลึกลับ แปลกประหลาก (หรือเรียกว่าเอกลักษณ์?) และกล้าที่จะคิดและทำอะไรแบบสุดโต่ง ซึ่งต้องชมการแสดงของ James Franco แสดงได้ชวนเชื่อมากๆ (หลังหนังจบมีการนำฉากจาก The Room มาเทียบกับฉากในหนังเรื่องนี้ ซึ่งเรียกว่าเป๊ะเวอร์) เราจะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ Tommy ได้รับกับการถูกตราหน้าจากคนในแวดวง ปัญหาในกองถ่ายและปัญหาระหว่างเพื่อให้นสนิท จนเราต้องเชียร์ให้เขาทำหนังสำเร็จให้ได้ แม้จะรู้ว่ามันคงออกมาห่วยก็ตามที

“The Disaster Artist” ยังเป็นการรวมทีมผู้แสดงดัง เพราะหนังยังมี Dave Franco, สาวสวย Alison Brie, Seth Rogen, Josh Hutcherson และ Zac Efron มาร่วมรับบทตัวละครสำคัญๆ และยิ่งไปกว่านั้นคือหนังมีฉาก End Credit แถมท้ายพร้อมดารารับเชิญเจ้าของเรื่องราวทั้งหมด

Léon: The Professional ลีออง เพชฌฆาตมหากาฬ

ลีออง (ฌอง เรโน) นักฆ่าชาวฝรั่งเศส ผู้เป็นมืออาชีพอย่างมากในงานของเขา
เขาเป็นคนมีกฎระเบียบแบบแผน เป็นที่วางใจได้ว่าจ้างเขาฆ่าใครแล้ว ไม่มีพลาดแน่ๆ
ในทางกลับกัน เขาเป็นคนซื่อๆ ไม่ค่อยทันเล่ห์เหลี่ยมใคร
เขาพึ่งมีโอกาสย้ายมาเมืองใหญ่ในอเมริกา ที่นี่ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

มาธิลด้า (นาตาลี พอร์ตแมน) เด็กหญิงวัย 12 ปี ผู้อาศัยในอพาร์ทเม้นท์ที่ลีอองย้ายเผ่านาอยู่ใหม่
คุณมีครอบครัวที่ไม่อบอุ่น พ่อแม่ไม่สนใจ พี่สาวก็คอยรังแก มีแต่น้องชายวัย 4 ขวบ ที่คุณรัก
ที่ทำให้คุณมีกำลังใจจะอยู่ต่อ แต่คุณก็ต้องเผชิญความโหดร้ายยิ่งกว่าเก่า
เมื่อตำรวจปราบปรามยาเสพย์ติด (ซึ่งเป็นตำรวจกังฉิน) นำโดยสแตนฟีลด์
เผ่านาฆ่าล้างครอบครัวของคุณ ไม่เว้นแม้แต่น้องชายวัย 4 ขวบของคุณ
เพราะพ่อคุณซุกซ่อนยาเสพย์ติดไว้ที่บ้าน แต่คุณรอดอย่างหวุดหวิดเพราะไปซื้อของพอดี

เมื่อกลับมา ด้วยความเฉลียวฉลาด แม้จะเห็นพ่อคุณนอนจมกองเลือดอยู่หน้าประตูห้อง
แต่คุณทำเมินไม่สนใจ แล้วเลยไปเคาะประตูห้องด้านในสุด ซึ่งเป็นห้องของลีออง
เมื่อทั้งสองต้องมาอยู่ร่วมกันโดยบังเอิญ ทำให้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน
มาธิลด้า ต้องการแก้แค้นให้ครอบครัว หัดใช้อาวุธปืน ส่วนลีออง ก็หัดอ่านและเขียนกับคุณ
ชีวิตบนเส้นทางนักฆ่า มักไม่เรียบง่ายและลงเอยด้วยดีนัก
Léon: The Professional หนังนักฆ่าคลาสสิคระดับตำนาน วันนี้ผมต้องการจะมาบอกเล่าถึงความเป็นตำนานของลีอองให้ฟัง ใครที่ไม่เคยดูก็แนะนำให้ดู ส่วนใครที่เคยดูแล้ว ก็อยากชวนมาพูดคุยรำลึกถึงหนังระดับตำนานเรื่องนี้กันครับ บอกเลยเป็นหนังที่ระดับสุดยอดสำหรับผม ซึ่งไม่คาดคิดว่าจะมาสเตอร์พีชได้ขนาดนี้ [Imdb – Top Rated Movies #27 : 8.6/10]

Léon: The Professional (1994) กำกับและเขียนบทโดย Luc Besson ที่ได้กำกับหนังสุดยอดสายลับมาแล้วอย่าง Nikita (1990) เนื้อเรื่องของ Léon: The Professional เป็นเรื่องราวของนักฆ่าอิตาเลียนระดับพระกาฬที่มีนามว่า “ลีออง” เขาเป็นนักฆ่าชั้นนำของเมืองที่มีความสามารถอันเฉียบคม นิ่งเงียบ แฝงตัวตามเงามืดพร้อมกับฆ่าศัตรูได้อย่างเลือดเย็น ชีวิตของเขาคงจะดำเนินไปแบบงี้ในทุกๆวัน

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เมื่อเพื่อให้นบ้านข้างห้อง ถูก Stansfield เจ้าหน้าที่ DEA สุดชั่วฆ่าทิ้ง เพราะขัดแย้งกันเรื่องโคเคน ระหว่างที่เพื่อให้นบ้านโดนฆ่า ปรากฏว่ายังมี “เมทิลด้า” เด็กน้อยผู้เป็นบุตรสาวของเพื่อให้นบ้านรอดหวุดหวิดจากการฆาตกรรมในคราวนี้ เมทิลด้าได้มาขอร้องจากลีอองและวานให้ลีอองช่วยแก้แค้นให้ด้วย ซึ่งลีอองก็ต้องรับดูแลเมทิลด้าด้วยความไม่เต็มใจ

ยอมรับเลยว่าตั้งแต่ดูนักนักฆ่าทั้งหลายมา ไม่มีเรื่องไหนที่ผมยกย่องเท่ากับ Léon: The Professional ลีอองเป็นหนังที่แทบบริบูรณ์ในทุกๆอย่าง ทั้งเนื้อเรื่อง บทหนัง การดำเนินเรื่อง คาแรคเตอร์ตัวละคร ดารา ดนตรีประกอบภาพยนตร์ ถือว่าเป็นหนังที่สุดยอดมาก

สิ่งแรกที่แปลกตา คือสไตล์หนังของ Léon ซึ่งมีความโดดเด่นและคนละแนวกับฮอลลีวู้ดอย่างสิ้นเชิง Léon มีความเป็นหนังอาร์ตแบบฝรั่งเศสแฝงอยู่ เป็นหนังนักฆ่าที่มีคลาส มีรสนิยม ต่อมาบทและการดำเนินเรื่อง บทหนังดีมีความน่าสนใจ มีมิติ ตัวละครแต่ละตัวฉลาดแบบไม่เวอร์จนเกินไป สามารถเป็นได้จริง โดยเฉพาะความเฟี้ยวของหนังอยู่ที่เอกลักษณ์ของตัวละครที่มีความขัดแย้งในตัวเอง แหวกแนวไปจากเรื่องอื่น (แต่ก็สมเหตุสมผลในตัวมันนะ)
อย่าง ลีออง – นักฆ่าเลือดเย็นที่ชอบดื่มนมและมีต้นไม้เป็นเพื่อให้น เขาเป็นนักฆ่าที่ไหวพริบยอดเยี่ยมแต่ดันอ่านหนังสือไม่ออก เขาเป็นคนที่รักในความสันโดษ แต่ดันต้องมาดูแลเด็กผู้หญิงซะงั้น // เมทิลด้า – เด็กสาวที่ติดตามลีอองและหลงรักในตัวลีอองทั้งๆที่คุณยังเป็นเด็กน้อยอยู่เลย // สแตนฟิลด์ – เจ้าหน้าที่ DEA ที่ฉลาดแต่โคตรบ้า (ความขัดแย้งในคาแรคเตอร์ตัวละครผสมกับช็อตตลกร้ายหลายช็อต ทำให้มีช็อตฮาๆแบบดูไม่ตั้งอกตั้งใจ)

สงครามเจ้าสาว หักเหลี่ยมวิวาห์อลวน (Bride Wars)

Bride Wars เป็นภาพยนตร์อเมริกันโรแมนติกคอมเมดี้ปี 2009 กำกับโดยแกรี่วินนิคและเขียนบทโดยเกร็กเดพอล, จูนไดแอนราฟาเอลและเคซีย์วิลสัน [2] ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย Kate Hudson, Anne Hathaway, Kristen Johnston, Bryan Greenberg และ Candice Bergen ในภาพยนตร์; เพื่อให้นซี้ในวัยเด็กสองคนที่คิดแผนร่วมกันสำหรับงานแต่งงานของพวกเขาผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยแปลงเป็นศัตรูที่สาบานในการแข่งขันเพื่อให้จะได้แต่งงานก่อนอีกข้าง

Bride Wars เข้าฉายตอนวันที่ 9 มกราคม 2552 โดย 20th Century Fox ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากนักวิจารณ์ แต่แปลงเป็นความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศที่ทำรายได้ 114.7 ล้านดอลลาร์ด้วยงบประมาณ 30 ล้านดอลลาร์ รีเมคชื่อเดียวกันของจีนเปิดตัวในปี 2558
Emma Allan และ Olivia “Liv” Lerner เป็นเพื่อให้นซี้ที่คิดแผนงานแต่งงานทุกรายละเอียดนับตั้งแต่ได้เห็นงานแต่งงานนัดแรกเมื่อ 20 ปีก่อนที่โรงแรมพลาซ่า ทั้งคู่ได้ให้ความสำคัญกับการแต่งงานในสถานที่เดียวกันในเดือนมิถุนายน ขณะออกไปเที่ยวที่บ้านของลิฟในปัจจุบันพวกเขาพบกล่องทิฟฟานี่ซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า เพื่อให้นทั้งสองตื่นเต้นที่รู้ว่าอีกไม่นานลิฟจะได้ข้อเสนอจากแฟนของคุณ ในคืนเดียวกันนั้นแฟนของเอ็มม่าเสนอให้คุณ ลิฟกระสับกระส่ายรอให้แฟนของคุณถามคำถามและเผชิญหน้ากับเขาในที่สุด เขาตอบว่าเขาคิดแผนที่จะทำในคืนนั้น แต่และจากนั้นก็ถามคุณทันที เด็กหญิงทั้งสองเริ่มคิดแผนและคาดว่าจะเป็นนางกำนัลของกันและกัน พวกเขานัดพบกับ Marion St. Claire นักคิดแผนงานแต่งงานที่ชื่อดังที่สุดของนิวยอร์กซึ่งบอกว่ามีสามจุดที่เปิดในพลาซ่า สองคนในวันเดียวกันและอีกสองสามสัปดาห์ต่อมา พวกเขาแต่ละคนเลือกวันที่แตกต่างกัน แต่เนื่องด้วยข้อผิดพลาดทางธุรการจึงมีกำหนดจัดงานแต่งงานในวันเดียวกันวันที่ 6 มิถุนายน (สามเดือนครึ่งต่อมา)

ทั้งสองคนขอให้เจ้าสาวคนที่ 3 Stacey เปลี่ยนวันที่ของคุณกับ Emma แต่ Stacey ปฏิเสธทันทีส่งผลให้ Liv สมุทราะกับ Stacey ในขณะที่ข้างหลังกำลังลงทะเบียนรับของขวัญซึ่ง Liv และ Emma ถูกพาออกจากร้าน . หนึ่งสัปดาห์แห่งความเป็นปรปักษ์ที่ก้าวร้าวจะผ่านไปก่อนที่ผู้หญิงทั้งสองจะพูดให้ชัดเจนว่าจะไม่มีการประนีประนอมโดยเฉพาะอย่างมากภายหลังที่ลิฟผู้เอาแต่ใจหวังว่าธรรมชาติที่เฉยชาของเอ็มม่าจะยุติการรอคอยว่าใครจะยอมออกเดทในขณะที่เอ็มม่าปฏิเสธข้อเสนอของการแต่งงานสองครั้งในฐานะ คุณต้องการวันที่เป็นตัวของตนเองมากกว่าที่จะแบ่งปันทุกอย่างกับลิฟ เฟล็ทเชอร์คู่หมั้นของเอ็มม่าเริ่มแสดงอาการว่ากำลังควบคุม ผู้หญิงสองคนประกาศสงครามหลังจากเกิดวามรู้ความเข้าใจผิดน้อยว่าลิฟได้กำหนดวันแต่งงานของคุณแล้วทำให้เอ็มม่าโกรธแค้นที่กำหนดวันของคุณเช่นกันซึ่งลิฟก็รู้เรื่องในงานปาร์ตี้อาบน้ำร่วมกัน ทั้งสองแลกเปลี่ยนคำขู่และดูหมิ่นต่อหน้าเพื่อให้นของพวกเขาที่ตัดสินใจไม่เข้าข้างข้างใด

ผู้หญิงทั้งสองพยายามที่จะก่อวินาศกรรมในงานแต่งงานของกันและกันรวมทั้งลิฟที่เปลี่ยนครูสอนเต้นรำของเอ็มม่าเอ็มม่าแอบส่งขนมลิฟเพื่อให้ทำให้คุณอ้วนเกินไปที่จะกับชุดของคุณลิฟทำให้ผิวสีแทนของเอ็มม่าเปลี่ยนเป็นสีส้มสดใสเอ็มม่ายุ่งเกี่ยวกับสีย้อมผมของลิฟเพื่อให้เปลี่ยนผมของลิฟ สีฟ้า – ขาวที่น่าสะดุ้งลิฟลงทะเบียนเอ็มม่าใน Babies R Us ว่าตั้งครรภ์และเอ็มม่าปรากฏตัวในปาร์ตี้สละไม่มีคู่ของลิฟเพื่อให้ออกไปเต้นรำกับคุณ เอ็มม่าและเฟลทเชอร์สมุทราะกันเกี่ยวกับพฤติกรรมคลุ้มคลั่งของเอ็มม่าในการก่อวินาศกรรมในงานแต่งงานของลิฟและมิตรภาพของพวกเขารวมทั้งการที่เอ็มม่าเปลี่ยนไปตั้งแต่พบกันนัดแรก เอ็มม่าและเฟล็ทเชอร์แสดงให้คิดว่ามีความตึงเครียดในความเกี่ยวเนื่องของพวกเขาด้วยเหตุว่าลักษณะที่พบใหม่ของเอ็มม่ามีความคิดเห็นและมีความมั่นใจซึ่งเป็นการออกจากลักษณะที่ถูกใจคนทั่วไปของคุณ ลิฟได้เรียนรู้ที่จะอ่อนไหวและแสดงออกมากขึ้นซึ่งทำให้คุณรู้สึกโล่งใจที่ในที่สุดก็สามารถปล่อยวางและควบคุมได้น้อยลง อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าความเครียดของคุณเกี่ยวกับงานแต่งงานและมิตรภาพที่ตึงเครียดกับเอ็มม่าคุณจึงถูกลดตำแหน่งจากงานในตำแหน่งทนายความ

เจ้าสาวทั้งสองจะปรากฏตัวในพลาซ่าไม่นานก่อนที่พวกเขาจะถึงกำหนดแต่งงานแยกกัน ก่อนที่ลิฟจะออกไปเพื่อให้เริ่มเดินขบวนไปที่แท่นบูชาคุณพบพ่อของเอ็มม่าและรับพรจากเขา เมื่อคุณรู้สึกเสียใจกับการจัดทำดีวีดีเพื่อให้เล่นในงานแต่งงานของเอ็มม่า คุณส่งผู้ช่วยของคุณให้เควินไปแทนที่ดีวีดีที่เหมาะสมซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็ก คิดว่าดีวีดีมีไว้เพื่อให้เล่นตลกเขาไม่ทำเช่นนั้น ก่อนที่เจ้าสาวจะเข้าสถานที่ตามลำดับพวกเขาจะแบ่งปันช่วงเวลาแห่งการคืนดีขณะที่ทั้งคู่ยิ้มให้กัน

เอ็มม่าเริ่มเดินไปตามทางเท้า แต่ก็หยุดลงเมื่อมีการแสดงภาพฤดูใบไม้ผลิของคุณ คุณเสียอารมณ์และจัดการกับ Liv หลังจากวิ่งไปยังส่วนอื่น ๆ ของพลาซ่า เจ้าสาวทั้งสองต่อสู้กันในชุดของพวกเขาบนพื้นในขณะที่คนที่ใกล้ชิดที่สุดกับเจ้าสาวตัดสินใจที่จะให้เจ้าสาวแก้ไขปัญหา หลังจากสมุทราะกันเอ็มม่าและลิฟนอนหอบอยู่บนพื้นแล้วแต่งหน้าทาปาก เอ็มม่าลุกขึ้นยืนและเดินไปหาเฟลทเชอร์ที่ไม่พอใจกับพฤติกรรมของเอ็มม่า เอ็มม่าบอกเขาว่าคุณไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาตกหลุมรักเมื่อสิบปีก่อนและตอนนี้คุณเปลี่ยนไปอย่างที่เห็นได้ชัดว่าคุณเรียนรู้ที่จะกล้าแสดงออกมากขึ้น ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงเลิกงานแต่งงานของพวกเขาอย่างฟูมฟาย งานแต่งงานของ Liv ดำเนินต่อไปโดยมี Emma ร่วมและเต้นรำกับ Nate พี่ชายของ Liv และนักข่าวนิตยสารที่รู้จักกันดี

ภาพยนตร์เรื่องนี้หยิบขึ้นมาในอีกหนึ่งปีต่อมาเมื่อลิฟและเอ็มม่าพบกันเพื่อให้ดื่มซึ่งมีการเปิดเผยว่าเอ็มม่าแต่งงานกับเนท เอ็มม่าและลิฟยังเปิดเผยซึ่งกันและกันด้วยว่าพวกเขากำลังตั้งครรภ์และวันครบกำหนดของพวกเขาก็เหมือนกันในวันที่ 3 มีนาคมและเพื่อให้นทั้งสองก็ตื่นเต้น

The Sweetest Thing (2002): ยุ่งนักจะสวีทใครสักคน

The Sweetest Thing เป็นภาพยนตร์อเมริกันแนวโรแมนติกคอมเมดี้ที่กำกับโดย Roger Kumble และเขียนบทโดยแนนซี่พิเมนทัลซึ่งมีตัวละครเป็นตัวของตนและเคทวอลช์เพื่อให้นของคุณ นำแสดงโดย Cameron Diaz, Christina Applegate และ Selma Blair

ในฉากเปิดตัวกลุ่มผู้ชายถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับคริสตินาวอลเทอร์ส (คาเมรอนดิแอซ) ที่แนะนำคุณในฐานะผู้เล่นและผู้ใช้ผู้ชายในตลาดซิงเกิ้ลสุดสวิง ผู้ชายรวมทั้ง:

ผู้แพ้โรคประสาทที่เลือดกำเดาไหลเมื่อคุณไม่โทรหาเขาหลังจากสัญญาว่าจะทำเช่นนั้น
ชายคนหนึ่งที่ดูหนังเรื่อง Swingers และโทรหาคุณหลังจากนั้นสามวันพบว่าคุณให้หมายเลข Moviefone แก่เขา
ผู้ชายที่คริสติน่าปฏิเสธเขาจึงอ้างว่าคุณเป็นเลสเบี้ยน
ผู้ชายที่ช่างพูดมากที่ลงเอยด้วยการปั่นจักรยานออกกำลังกายเมื่อเขาเริ่มเอ่ยถึงคริสติน่า
ฉากเปลี่ยนกลับไปที่ชายที่เหยียดเพศซึ่งอ้างว่าเป็นเลสเบี้ยนของคริสตินาทำให้ผู้หญิงจำนวนมากโจมตีเขาด้วยไม้เบสบอลและภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ดำเนินไปพร้อมกับแนะนำ Christina Walters นักออกแบบตกแต่งภายในที่ประสบความสำเร็จวัย 28 ปีและ Courtney Rockcliffe (Christina Applegate ) ซึ่งเป็นทนายความด้านการหย่าร้างในขณะที่พวกเขาปลอบใจเพื่อให้นและเพื่อให้นร่วมห้องเจน (เซลมาแบลร์) ที่พึ่งจะเลิกรากับเควินแฟนชายหนุ่มของคุณโดยพาคุณไปที่คลับเต้นรำและยกเลิกแผนการที่จะอยู่กินพิซซ่า ที่คลับเจนรู้สึกไม่อยู่ในสถานที่และคริสติน่าคว้าผู้ชายที่เดินผ่านมาเพื่อให้ตั้งตัวกับเจน คุณได้พบกับปีเตอร์โดนาฮู (โทมัสเจน) ที่เผชิญหน้ากับคริสติน่าสำหรับวิธีการของคุณก่อนที่จะหายตัวไปในคืนนี้ ขณะอยู่ด้านในห้องน้ำกับคอร์ทนีย์คุณเรียกเขาด้วยชื่อทำให้คุณสงสัยว่าเขาอยู่ใต้ผิวหนังของคริสติน่าและคุณก็ดึงดูดเขาซึ่งคุณปฏิเสธ หลังจากวิ่งเข้าไปหาปีเตอร์อีกทีคริสติน่าก็ซื้อเครื่องดื่มให้เขาและพวกเขาก็ใช้เวลาร่วมกัน เขาอธิบายว่าเขาจะไปร่วมงานแต่งงานในวันเสาร์และเขาอยู่ที่คลับกับโรเจอร์ (เจสันเบตแมน) พี่ชายที่เป็นผู้หญิงและน่ารังเกียจของเขาเพื่อให้เฉลิมฉลอง เขาเชิญคริสติน่าและคอร์ทนีย์ไปงานปาร์ตี้หลังเลิกงานที่โรงแรม แต่คริสติน่ากลับบ้านและเสียใจที่ไม่ได้ไปในภายหลัง

วันรุ่งขึ้นคริสติน่าหยุดเอ๋ยถึงปีเตอร์ไม่ได้ในขณะที่เจนเกี่ยวข้องกับการ “สะสาง” ที่น่าอับอายจากความสนุกของคุณกับผู้ชายที่คุณพบเมื่อคืนก่อน ในเวอร์ชั่นที่ไม่มีการตัดต่อ Jane กลับไปทานอาหารกลางวันและผู้หญิงก็เอ่ยถึงการชมผู้ชายที่มีขนาดอวัยวะเพศชายอยู่เสมอจนในที่สุดก็แตกออกเป็น “Penis Song” ที่เปิดกว้างในร้านอาหาร คอร์ทนีย์จัดให้คริสติน่าและตัวคุณเองเดินทางไปซัมเมอร์เซ็ทซึ่งจะมีงานแต่งงานของพี่ชายของปีเตอร์และพวกเขาก็ได้พบกับแฟนชายหนุ่มของเจน พวกเขาบ่งบอกว่าเขาได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีทำให้เกิดความทุกข์ยากและความเพลิดเพลินจากเจน ภายหลังที่พวกเขาออกเดินทางใน Saab 9-5 ของ Courtney คริสติน่าและคอร์ทนีย์ก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายต่างๆอย่างมากรวมทั้งห้องน้ำที่ระเบิดการศึกษาค้นพบหลุมแห่งความรุ่งโรจน์และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ที่เชื่อว่าคริสติน่ากำลังให้ออรัลเซ็กส์คอร์ทนีย์ ในขณะเดียวกันเจนพบแฟนชายหนุ่มของคุณในงานขายปลีกและเกือบถูกจับได้ว่ามีเซ็กส์กับเขาในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อคริสติน่าและคอร์ทนีย์ไปถึงซัมเมอร์เซ็ทในที่สุดพวกเขาก็ไปที่ร้านเพื่อให้เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกและเปื่อยยุ่ยเพียง แต่ออกมาในชุดที่ดูฉูดฉาดและไม่ระมัดระวัง คริสตินาเริ่มมีความคิดที่สอง แต่ความบังเอิญหลายครั้งทำให้หัวใจเปลี่ยนไปและพวกเขาไปงานแต่งงานของพี่ชายของปีเตอร์ เมื่อมาถึงพวกเขาพบว่ามันคือปีเตอร์ไม่ใช่โรเจอร์ที่กำลังจะแต่งงานและทั้งคู่แทบจะทำลายพิธีด้วยความพยายามที่จะหลบหนี ปีเตอร์และคู่หมั้นของเขาตัดสินใจว่าพวกเขาไม่ต้องการแต่งงานกันและพวกเขาก็เลิกงานแต่งงาน (มากสำหรับพ่อของคุณ) ในขณะที่คริสติน่ากลับบ้านและกลับไปใช้ชีวิตไม่มีคู่อีกรอบที่ไม่สมหวัง ต่อมาปีเตอร์พบที่อยู่ของคริสติน่าในบันทึกที่ร้านค้าที่พวกเขาซื้อเสื้อผ้าและตามหาคุณ คริสติน่าตั้งมั่นว่าจะไม่กลัวคำมั่นสัญญาจูบปีเตอร์แล้วเดินจากไปอย่างผิดหวัง

บางครั้งคอร์ทนีย์กำลังออกเดทกับหมอและเห็นได้ชัดว่าดึงดูดเขามากและปีเตอร์ถูกสัมภาษณ์เหมือนผู้ชายในตอนต้นของภาพยนตร์เล่าเหตุการณ์ที่เขาเรียกคุณว่าเป็นผู้หญิงเลวและผู้เล่น แต่ในที่สุดก็เปิดเผยว่าเขาและ คริสติน่าอยู่ด้วยกันแต่งงานและใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขกับเจนคอร์ทนีย์และโรเจอร์เช่นกัน ไม่ว่าพวกเขาทั้งหมดจะอยู่ร่วมกันหรือเปล่า