อาจารย์เจิ้งบอกให้เหล่าศิษย์ช่วยกันโยนไป๋เฉ่าออกจากโรงฝึก กวงหย่าเห็นไป๋เฉ่าถูกลากออกจากโรงฝึกอย่างน่าเวทนาแต่ก็ทำได้เพียงแอบสงสารและเป็นห่วง หลังถูกโยนออกนอกประตูใหญ่ไป๋เฉ่ารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งกลับไปอีกทีแต่ไม่ทันเพราะประตูถูกปิดล็อคเสียก่อน ถึงกระนั้นคุณก็ไม่ยอมไปไหนและยังคงคุกเข่าที่หน้าประตูท่ามกลางสายฝนอันเหน็บหนาวในยามค่ำคืน (เซี่ยงหนานเฝ้ามองคุณจากในห้องด้วยความเป็นห่วง) กวงหย่าเก็บข้าวของส่วนตัวของไป๋เฉ่าแล้วนำออกไปมอบให้  พร้อมกับบอกไป๋เฉ่าว่าอย่าได้คิดกลับมาที่นี่อีกเพราะอาจารย์เจิ้งไม่มีวันเปลี่ยนใจ ไม่ว่าคุณจะทำตัวน่าสงสารมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ทางที่ดีคุณควรออกไปหาที่อยู่ใหม่ ไป๋เฉ่ายืนกรานว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด และไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงพากันโทษตน กวงหย่าย้ำว่าทั้งหมดเป็นความผิดของไป๋เฉ่าที่ทำให้อาจารย์เจิ้งและพวกตนอับอายขายหน้า มิเช่นนั้นจะโทษว่าเป็นความผิดของอาจารย์เจิ้งที่ช่วยดูแลและให้ที่กินที่อยู่คุณงั้นหรือ ดังนั้นจงคิดดูให้ดีว่าเป็นความผิดคุณหรือเปล่า พูดจบกวงหย่าก็โยนถุงใส่ของให้ไป๋เฉ่าแล้วกลับเข้าโรงฝึกทันที ไป๋เฉ่าได้แต่มองตามพลางรำพึงรำพันด้วยน้ำตาคลอเบ้าว่า ความจริงแล้วตนก็เหมือนกวงหย่า ตนอยากเป็นศิษย์ตัวจริงของโรงฝึกใจจะขาด แต่สำหรับตนแล้วไม่มีอะไรสำคัญเท่าอาจารย์ (เซี่ยงหนาน) เลย (ไป๋เฉ่าเคยพูดประโยคนี้ลับหลังกวงหย่ามาแล้วครั้งหนึ่ง)

เซี่ยงหนานทำใจแข็งขณะยืนมองไป๋เฉ่านั่งตากฝน เขาหวนนึกถึงวันที่ช่วยไป๋เฉ่าออกจากกองเพลิงแล้วพาไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน ในตอนนั้นเมียเขายังมีชีวิตอยู่และคุณก็ช่วยดูแลไป๋เฉ่าเสมือนเป็นบุตรสาวอีกคน เขานึกขึ้นได้จึงกดโทรศัพท์หาเสี่ยวอิ๋ง  เมื่อมองว่าฝนยังตกไม่หยุดซ้ำยังมีฟ้าร้องฟ้าแลบเซี่ยงหนานจึงรีบคว้าร่มอย่างลืมตัวแต่สุดท้ายก็บอกตัวเองให้ใจแข็ง เมื่อเสี่ยวอิ๋งมาถึงก็พยายามฉุดไป๋เฉ่าให้ลุกขึ้นแต่ไป๋เฉ่ายังคงแข็งขืน (เสี่ยวอิ๋งสู้แรงไป๋เฉ่าไม่ไหว) ครั้นเห็นเพื่อให้นถูกปล่อยให้อยู่ในสภาพอันน่าเวทนาตามลำพัง เสี่ยวอิ๋งจึงโวยลั่นว่าโรงฝึกเฉวียนเซิ่งมีแต่คนใจจืดใจดำ ไม่เห็นมีใครช่วยปกป้องหรือขอร้องแทนไป๋เฉ่าเลยสักคนทั้งที่ไป๋เฉ่าอยู่ที่นี่มาเป็นสิบปี ไป๋เฉ่าเริ่มมีอาการไอแต่ยังคงบอกว่าตนไม่เป็นไร เสี่ยวอิ๋งจึงพยายามชวนไป๋เฉ่ากลับบ้านโดยบอกว่าแม้เฉวียนเซิ่งไม่ต้องการไป๋เฉ่า แต่ซงไป่ไม่รังเกียจไป๋เฉ่าแน่ๆ ไป๋เฉ่ายืนกรานว่าตนเป็นศิษย์อาจารย์และศิษย์ของโรงฝึกเฉวียนเซิ่ง เสี่ยวอิ๋งแย้งว่าเฉวียนเซิ่งเขี่ยไป๋เฉ่าทิ้งแล้ว ถ้าไม่กลับบ้านกับตนแล้วจะนอนข้างถนนหรือยังไง

เมื่อมองว่าไป๋เฉ่ายังคงดื้อดึง เสี่ยวอิ๋งจึงทิ้งร่มแล้วถอดเสื้อคลุมฝนออก จากนั้นก็นั่งตากฝนเป็นเพื่อให้นไป๋เฉ่า ไป๋เฉ่าพยายามห้ามปรามแต่เสี่ยวอิ๋งไม่ฟัง เมื่อไป๋เฉ่าออกตัวว่าตนไม่มีค่าพอให้เสี่ยวอิ๋งทำเช่นนี้ เสี่ยวอิ๋งจึงร่ำไห้พลางชี้ว่า ตนไม่รู้ว่าไป๋เฉ่าเห็นตนเป็นเพื่อให้นรักไหม แต่ไป๋เฉ่าเป็นเพื่อให้นรักของตนเสมอ ที่ผ่านมาเวลาตนเดือดร้อนไป๋เฉ่ามักเป็นคนแรกที่ยื่นมือเผ่านาช่วย เมื่อไป๋เฉ่ายอมรับว่าเสี่ยวอิ๋งเองก็เป็นเพื่อให้นรักของตนเช่นกัน เสี่ยวอิ๋งจึงถามว่าแล้วทำไมไป๋เฉ่าถึงยังคงยืนกรานว่าจะนั่งคุกเข่าอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับบ้านกับตน ไป๋เฉ่าทนเห็นเพื่อให้นรักนั่งคุกเข่าตากฝนใกล้เคียงได้ลงคองั้นหรือ ปรากฏว่าเสี่ยวอิ๋งเองก็ใจเด็ดไม่แพ้กัน คุณยืนกรานว่าจะอยู่เป็นเพื่อให้นไป๋เฉ่าไม่ว่าคืนนี้ไป๋เฉ่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไป๋เฉ่าเห็นเสี่ยวอิ๋งตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บจึงยอมกลับบ้านกับเสี่ยวอิ๋งแต่โดยดี เซี่ยงหนานเห็นดังนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เขาภาวนาให้ไป๋เฉ่าไปจากตนให้ไกลที่สุด เพราะนั่นเป็นทางเดียวที่จะทำให้ไป๋เฉ่าโบยบินได้อย่างอิสระและได้เรียนหยวนอู่เต้า